Articles
เคยสังเกตไหมว่า ใจของเรา หากปล่อยให้ว่างเมื่อไร ใจจะต้องหาเรื่องมาคิดตลอดเวลา เช่น ใจมักจะคิดถึงสิ่งนั้นสิ่งนี้ คิดถึงสิ่งที่ขัดใจบ้าง คิดถึงสิ่งที่ชอบใจบ้าง หากคิดถึงสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกขัดใจ คิดถึงสิ่งที่เราเกลียด เราก็มักจะเกิดความรู้สึกขัดใจ ไม่สบายใจ ไม่หงุดหงิด รำคาญใจ แล้วใจก็เป็นทุกข์ และนอกจากจะทุกข์เพราะคิดถึงสิ่งที่เราเกลียดแล้ว การคิดถึงสิ่งที่เรารักก็สร้างทุกข์ให้เกิดขึ้นแก่ใจของเราได้เช่นกัน
คนที่มีความรัก เวลาคิดถึงคนที่เรารัก ก็มักจะกังวลใจไปต่างๆนานา ซึ่งมองเผินๆแล้วอาจจะคล้ายกับว่าเรากำลังมีความสุข แต่หากลองสังเกตเปรียบเทียบดูว่าใจของเราขณะที่ยังไม่รักใครเลยกับเริ่มรักใครเข้าบ้างแล้วนั้น แตกต่างกันหรือไม่ เราจะพบว่า ตอนที่ไม่รักใครเลยนั้น เราจะไม่ค่อยหงุดหงิด ไม่ค่อยโกรธ และไม่ค่อยร้อนใจ แต่เมื่อเริ่มรักใครสักคนเข้าแล้ว เราจะเริ่มกลายเป็นคนขี้น้อยใจ รู้สึกหงุดหงิด และเป็นกังวลได้ง่ายขึ้น เพราะนี่คือธรรมชาติของใจ เมื่อใจเข้าไปผูกพันกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้ว สิ่งนั้นจะทำให้ใจหงุดหงิด กังวล หวั่นวิตก และหวาดระแวง กลัวสิ่งนั้นจะเป็นอะไรไป
หากเป็นคนก็กลัวเขาจะปันใจให้คนอื่น...
ตามธรรมชาติแล้ว เมื่อคิดถึงสิ่งที่เรารัก ใจย่อมพล่าน เร่าร้อน และเป็นทุกข์ พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ว่า " คนเรามีสิ่งใดก็ย่อมกังวลใจเพราะสิ่งนั้น " ผู้ที่มีโคย่อมทุกข์เพราะโค มีข้าวเปลือกย่อมทุกข์เพราะข้าวเปลือก มีบุตรย่อมทุกข์เพราะบุตร มีภรรยาย่อมทุกข์เพราะภรรยา มีสามีย่อมทุกข์เพราะสามี คนเรามีสิ่งใด รักสิ่งใด ก็ย่อมเป็นทุกข์ ย่อมเป็นกังวลใจเพราะสิ่งนั้น ยิ่งมีมาก รักมาก ผูกพันกับสิ่งใดมากๆ ก็ยิ่งห่วงมาก กังวลมาก เป็นทุกข์มาก
นอกจากเป็นทุกข์เพราะคิดถึงสิ่งที่ชอบใจและขัดใจแล้ว แค่การคิดถึงก็ทำให้เราเป็นทุกข์ได้เช่นกัน เช่นเมื่อเราคิดถึงเรื่องดีๆที่กำลังจะจบลง กำลังจะผ่านพ้นไป เราก็มักจะเป็นทุกข์ใจเพราะความเสียดาย ส่วนเรื่องที่ไม่ดีนั้น แม้ว่าจะจบลงไปแล้ว ผ่านพ้นไปแล้ว แต่เมื่อคิดถึงขึ้นมา ความรู้สึกขัดใจก็ยังเกิดขึ้นได้
สรปแล้ว ใจของคนเรานี้ ไม่ว่าคิดเรื่องรักหรือเรื่องเกลียด คิดเรื่องอดีตหรืออนาคต ก็จะเร่าร้อน เป็นทุกข์ทั้งนั้น หากเราไม่เลิกคิด ปล่อยให้เป็นเรื่องของอดีต เรื่องของอนาคต เรื่องของคนที่เรารักเราพอใจ และเรื่องของคนที่เราขัดเคืองใจมาเผาใจเราอยู่ตลอดเวลา เราก็จะเป็นทุกข์อยู่ตลอด ไม่มีวันได้พบกับความสงบสุขสักที
เพราะพระพุทธเจ้าทรงทราบดีว่า มนุษย์ทั้งโลกมีปกติผูกพันอยู่กับเรื่องในอดีตและเรื่องในอนาคตตลอดเวลา วางอดีตวางอนาคตไม่ได้ เป็นเหตุให้มนุษย์ส่วนใหญ่มีจิตใจที่เร่าร้อน พระองค์จึงทรงเมตตาสงสาร และทรงแนะอุบายวิธีให้มนุษย์ได้พ้นจากความทุกข์ไว้ว่า หากผู้ใดเร่าร้อนใจมามากพอแล้ว ต้องการจะสัมผัสกับความสุขบ้าง ก็ให้พักผ่อนใจด้วยการ"พรากใจ"
พรากใจจากอะไร..
และพรากอย่างไร..
พระองค์ทรงสอนให้เราฝึกพรากใจออกจากเหตุการณ์ในอดีตและอนาคต พรากใจออกจากบุคคลที่เรารักและบุคคลที่เราชังด้วยการหยุดคิด เพราะการปล่อยให้ใจคิดอยู่ตลอดนั้นใจจะเหนื่อย เพราะถูกใช้งานอย่างหนักและไม่มีเวลาให้พักผ่อน เนื่องจากนอกจากคิดแล้ว ก็ยังต้องวิตกกังวล เป็นทุกข์เพราะเรื่องที่คิด บางครั้งคิดจบแล้ว อยากพักผ่อน แต่ก็นอนไม่หลับ เพราะใจยังไม่ยอมเลิกทำงาน
หากเราสามารถหยุดคิดให้ใจได้พักผ่อนเสียบ้าง ใจก็จะมีความสุขมากขึ้น..
แต่พระองค์ก็ไม่ได้ห้ามเราให้หยุดคิดเสียโดยสิ้นเชิง เพียงแต่ตรัสให้เราฝึกพรากใจ หยุดคิดถึงอดีต ถึงอนาคตที่จะทำให้เรากังวลใจเสียบ้าง ด้วยการหางานใหม่ให้ใจของเราทำ เพราะอย่างที่กล่าวไปแล้ว ใจของคนเรามีธรรมชาติที่จะต้องคิดอยู่ตลอดเวลา จะห้ามใจไม่ให้คิดเฉยๆนั้นเป็นไปไม่ได้ แต่เราสามารถหางานใหม่ให้ใจของเราทำได้
และงานใหม่ที่พระพุทธองค์ทรงแนะนำนั้นก็คือ ให้หยุดคิดถึงคนอื่น แล้วหันมาคิดถึงตัวเองแทน..



